ราฮีม สเตอร์ลิง แฟนแมนยู

สเตอร์ลิง เปิดใจเคยเป็นแฟนเชียร์ทีมผี

คนรักฟุตบอลคงไม่น่าแปลกที่จะเริ่มต้นเป็นแฟนบอลทีมยักษ์ใหญ่ที่มีเสน่ห์และประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ โดย ราฮีม สเตอร์ลิง

คนดังในสโมสร แมนฯ ซิตี้ รุบุว่าเขาเคยเป็นแฟนตังยงของทีม แมนฯ ยูไนเต็ด มาก่อนและเสพผลงานของผีมาอย่างต่อเนื่อง และยังระบุถึง โจเซป กวาร์ดิโอล่า กุนซือ แมนฯซิตี้ ที่ออกกฎค่าปรับแบบเก็บทุกเม็ดจนทำให้ทุกคนในทีมต้องทำงานกันอย่างเต็มที่

ราฮีม สเตอร์ลิง ปีกคนเก่งของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาลล่าสุด เปิดเผยว่าสมัยเด็กๆ ตนเคยเป็นแฟนบอลตัวยงของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในช่วงที่ “ปีศาจแดง” ครองความยิ่งใหญ่ในวงการลูกหนังเมืองผู้ดี

สเตอร์ลิง พัฒนาฝีเท้าได้อย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นนักเตะกำลังหลักของ แมนฯ ซิตี้ ไปแล้ว นอกจากนี้ เขายังเคยอยู่กับ ลิเวอร์พูล มาก่อนด้วย ซึ่งทั้งสองทีมต่างก็เป็นคู่ปรับตัวฉกาจของ แมนฯ ยูไนเต็ด

ดาวเตะทีมชาติอังกฤษ เผยว่า “ผมไปดูเกมนัดชิงชนะเลิศในปี 2007 (เกม เอฟเอ คัพ) ด้วยซ้ำ ที่จริงผมไม่ควรพูดแบบนี้หรอกนะ มันไม่ดีแน่ๆ ที่จะพูดอย่างนี้ในตอนนี้! แต่ผมบอกเลยว่าสมัยที่ยังเป็นเด็กน่ะผมเป็นแฟนตัวยงของ ยูไนเต็ด เลย ผมมีชุดแข่งแบบเก่าของ ยูไนเต็ด ที่ได้แชมป์ เอฟเอ คัพ ครั้งล่าสุดของพวกเขาด้วย”

“การได้อยู่ในสนามมันเป็นเรื่องที่น่าทึ่งมากๆ บรรยากาศมันน่าเหลือเชื่อไปเลย และนั่นก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ก่อนหน้านี้ผมพยายามมอบตั๋วให้กับทางโรงเรียน (ในเกม เอฟเอ คัพ รอบรองชนะเลิศ ฤดูกาลนี้ ที่ แมนฯ ซิตี้ ชนะ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน โดยในอดีต สเตอร์ลิง ก็ได้ตั๋วจากโควตาของโรงเรียนเหมือนกัน) ผมทำอย่างนั้นเพราะได้รับแรงบันดาลใจจากการที่เคยอยู่ใกล้กับสนามมากๆ แต่ได้ไปที่สนามแค่ครั้งเดียว”

สเตอร์ลิง เสริมว่าปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ทีมของตนป้องกันแชมป์ลีกได้นั้น เป็นเพราะ โจเซป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีมคนเก่งออกกฎเรื่องค่าปรับขึ้นมา จนทำให้นักเตะทุกคนทำงานกันเต็มที่อยู่ตลอด “ทำไมในช่วง 10 ปีหลังสุดมันไม่มีทีมไหนที่ป้องกันแชมป์ลีกได้เลย ? มันเป็นเพราะอะไร ? คำตอบก็คือเรื่องสภาพจิตใจ เขาพยายามที่จะเปลี่ยนหลักความคิด เขาตั้งกฎเรื่องค่าปรับขึ้นมา ผมเองก็ไม่อยากแจกแจงรายละเอียดมากเกินไปหรอกนะ แต่กฎด้านค่าปรับมันมีขึ้นเพื่อทำให้มั่นใจว่าเราจะเล่นกันแบบจริงจัง และพร้อมในทุกนัด”

“เงื่อนไขของค่าปรับมันมีอย่างเช่นการโดนปรับเพราะมาสาย, มาประชุมทีมสาย พวกเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่จะทำให้มั่นใจว่าหลักความคิดของคุณจะเหมาะสม เพื่อทำให้มั่นใจว่าคุณจะไม่ไขว้เขว มันต้องให้เครดิตกับเขา เพราะฤดูกาลนี้มาตรฐานของเราสูงขึ้น”

อลีสซงสุดหนึบ21คลีนชีตสอยโกล์ยอดเยี่ยมลีก

อลีสซง เบ็คเกอร์ นายด่าน ลิเวอร์พูล คว้ารางวัลถุงมือทองคำไปครอบครอง หลังโชว์ฟอร์มเหนียวหนึบรักษาคลีนชีต 21 เกมตลอดทั้งฤดูกาลนี้ แม้สุดท้ายไม่สามารถช่วย “หงส์แดง” เถลิงแชมป์ลีกครั้งแรกในรอบ 29 ปีก็ตาม

อลีสซง เบ็คเกอร์ ผู้รักษาประตูชาวบราซิเลียนของ ลิเวอร์พูล ได้รับรางวัลปลอบใจจากการชวดแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคว้ารางวัลนายทวารยอดเยี่ยม หรือ “ถุงมือทองคำ” (โกลเด้น โกลบ) ประจำฤดูกาล 2018-19 หลังทำผลงานสุดยอดไม่เสียประตู 21 เกม

นายทวารเลือดแซมบ้า ย้ายจาก “หมาป่าเหลืองแดง” โรม่า มาเล่นในถิ่นแอนฟิลด์ เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา โดยแค่ฤดูกาลแรกที่ได้เฝ้าเสาให้ “หงส์แดง” เขาโชว์ฟอร์มสุดเหนียวหนึบเมื่อช่วงรักษาคลีนชีตให้กับต้นสังกัดได้มากมายที่ตลอดทั้งซีซั่นในลีกเมืองผู้ดี

ขณะเดียวกัน อลีสซง ทำสถิติแซงหน้า โฆเซ่ เรน่า อดีตโกล์ “เดอะ เร้ดส์” ที่เคยเก็บคลีนชีตได้ 20 เกมเมื่อฤดูกาล 2005-06 นอกจากนี้เขายังทำสถิติเทียบเท่ากับ เอ็ด วิน ฟาน เดอร์ ซาร์ สมัยเฝ้าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ทำเอาไว้ 21 คลีนชีตในฤดูกาล 2008-09
อย่างไรก็ตาม เจ้าของสถิติคลีนชีตมากสุดใน 1 ฤดูกาลยังคงเป็นของ ปีเตอร์ เช็ก โกล์มากประสบการณ์ที่เก็บคลีนชีตได้มากที่สุดถึง 24 เกมในสมัยเล่นให้ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี เมื่อฤดูกาล 2004-05

ลิเวอร์พูล รองแชมป์ที่มีแต้มสูงสุดในประวัติศาสตร์

ตำนานที่ต้องจารึก ลิเวอร์พูล รองแชมป์ที่มีแต้มสูงสุดในประวัติศาสตร์

อีกแค่แต้มเดียวเท่านั้นที่จะทำให้ ลิเวอร์พูล สามารถขึ้นไปเทียบชั้นกับ แมนซิตี้ ได้ กลายเป็นเรื่องที่น่าเสียดายกับแต้มที่อีกเพียงนิดเดียว ถ้วยแชมป์พรีเมียร์ ลีก ก็จะตกเป็นของหงส์แดงแล้ว

โดยที่ผ่านมา ทีมรองแชมป์ที่สามารถเก็บแต้มได้มากที่สุดคือ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่เคยทำไว้ที่ 89 แต้ม เมื่อฤดูกาล 2011-12 ซึ่ง “ขุนพลปีศาจแดง” เก็บชัยไปได้ 28 นัด เสมอ 5 และแพ้ 5 เกม 

อย่างไรก็ตามในซีซั่นนี้ ลิเวอร์พูล กลับได้รับเสียงชื่นชมอย่างมาก หลังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการเก็บชัยไปได้ถึง 30 นัด เสมอ 7 และแพ้เพียงแค่เกมเดียวเท่านั้น กวาดแต้มไปได้มากถึง 97 แต้ม ทำลายสถิติรองแชมป์ที่ผ่านมาลงแบบราบคาบ

จากคะแนนรวมทั้งฤดูกาล ลิเวอร์พูล เก็บไปได้ถึง 97 คะแนน หากนำมาเทียบกับทุกฤดูกาลที่ผ่านจะเห็นได้ว่า ลิเวอร์พูล

มีแต้มสูงกว่าทีมแชมป์ พรีเมียร์ ลีก จากทุกฤดูกาลที่ผ่านมาถึง 26 ฤดูกาลเลยทีเดียว ถึงแม้จะอยู่ในตำแหน่งรองแชมป์

สำหรับ ลิเวอร์พูล สามารถคว้าแชมป์ลีกสูงสุดได้ครั้งสุดท้ายเมื่อปี 1990 สมัยที่ยังใช้ชื่อการแข่งขันเดิมว่า “ดิวิชั่น1” ก่อนที่ในปี 1992 จะเปลี่ยนมาใช้ชื่อ “พรีเมียร์ลีก” ซึ่งถึงตอนนี้พวกเขาห่างหายจากตำแหน่งแชมป์ลีกมานานถึง 29 ปี เข้าไปแล้ว